0:25 พอไปส่งพวกนี้เสร็จพาเ้าไปดูที่โงน้ำไปดู
0:31 ที่
0:33 ทำ
0:34 ลงคิลานุปัฏฐาก
0:38 ไปส่งเขาออกทางนู่นแล้วก็เลยแวะกลับมาตาม
0:45 ถนนก็เลยไปเห็นเอมันมีขยะอะไรมั้งก็เลยไป
0:53 ทำความสะอาดตรงหน้า
0:56 ท่อก็เลยเห็นมีคนมาก็เลยบอกว่าเฮ้ยมาช่วย
1:01 เราทำนี่หน่อยทำความสะอาดท่อนี่มันก็เลย
1:05 ลง
1:07 ไปลงไปก็เลยเห็น
1:12 ขยะเป็นไม้
1:15 แผ่นหนา
1:17 ประมาณ 4 นิ้วครึ่ง 5 นิ้ว 4 นิ้วหน้า
1:22 กว้างมันสักขนาดนี้
1:26 ประมาณ 50 ซมความยาวมันประมาณสัก 2 เม
1:32 ึ่งมันเอาไปกั้นน้ำมันไปเป็น
1:37 ขยะน้ำท่อมันก็เลยขึ้นเอ่อขึ้นเราก็เลย
1:43 เก็บขยะซะ
1:46 เลยเก็บขยะเสร็จก็ทำความสะอาดตรงหน้าท่อ
1:51 ล้างเลิ้งเรียบร้อยนั่งเล่นสบายได้ตรง
1:56 หน้าท่อนั่งดูน้ำไหลได้
2:01 นี่ทำความสะอาดถึงขึ้น
2:07 มาความดีของคนที่มีความโลภเป็น
2:14 กำลังถึงเวลาหน้าน้ำน้อยก็เอาไม้ไปกั้นไป
2:18 ปิดเอาหินไปอัดไป
2:23 ยัดเป็นความดีของ
2:27 คนแล้วพอนน้ำข้ามถนนมาก็เดือดร้อน
2:33 เทศบาลไอ้เทศบาลไม่เดือดร้อนหรอกแต่เรา
2:37 เป็นคนที่เดิน
2:39 ถนนเวลารถวิ่งสวนเรามาหรือรถวิ่งแซงเราไป
2:44 เขไม่ได้ปาณีปราศรัย
2:48 เลยแล้วก็
2:53 เปียกสมัยก่อนอยู่ที่ตรงงบังกโลสบุญยงค์
2:57 ที่มันมีคลอง
3:01 พอหน้าน้ำน้อยมันก็เอาหินไปยอด
3:05 ยดสมัยก่อนมันเป็นกรรมการสุขาเราก็บอก
3:11 กรรมการสุขาไป
3:13 เอาไอ้ที่ขยะในหน้าท่อออกให้หน้อยน้ำมัน
3:18 ข้ามถนนเราบิณฑบาตมันเปียกทุก
3:21 วันเพราะเวลารถวิ่งแซง
3:26 เราเขาก็ไปกลับมาเขาไปเอาออกแล้วผมก็ไปดู
3:32 เขาแล้วเอาออกทำยังไงเอาหัวดับเพลิงไปพ่น
3:36 หัวดับเพลิงมันยาวแค่เม็ดเศษๆมันจะไปได้
3:40 เรื่อง
3:41 อะไรอ้าบอกนายอำเภอบอก
3:45 ปลัดปลัดสุขาปลัดอะไรก็ไปทำกันอ่ะมันไม่
3:50 ได้เรื่องน้ำมันไม่แห้งสักทีเราก็เลยไป
3:56 เองไปกับตาแต้กับตาเล็กกับใครวะ
4:00 ทนพหรือใครไปด้วยวที่บังโกสอบุญยงค์ไม่
4:06 รู้ใครไปด้วยมีพระไปด้วยองค์
4:10 นึงไปถึงพวกชาวบ้านแถวนั้นเก็บอกว่าโอ้ย
4:14 เมื่อวานก่อนนี้ก็นายอำเภอก็มาคนนู้นก็มา
4:17 คนนี้ก็มาเขาไม่เห็นมันเอาออกได้สักคนน้ำ
4:22 ก็ยังข้ามถนนอยู่งี้เขาเอาหิน
4:26 ยัดเราบอกว่าเด็กมันเกิดในท้องแม่มันยัง
4:30 หาทางออกได้เลยทำไมมันจะทำไม่
4:33 ได้เด็กมันเกิดในท้องแม่มันแท้ๆมันยังออก
4:36 ได้
4:40 วก็เลยบอกตาเล็กไปเอาท่อมาเอาท่อไอ้นิ้ว
4:46 ครึ่งมาไหนเอาสายไหนทำสายนี้แหละเออเอา
4:50 สายเดียวกันนี่แหละกับที่พวกเธอ
4:52 ทำเอาท่อ 6 เม็ดยาว 6 เม็ดมันเท่ากันกับ
4:56 ถนน
5:01 ก็เอาท่อใส่เอาสายเสียบเข้าไปแล้วมันมี
5:06 ข้อต่อก็เอาเข็มขัดรัดตรงข้อ
5:11 ต่อเสร็จแล้วก็เอาแหย่เข้าไปเอติดเครื่อง
5:15 วันนี้ก็ติด
5:18 เครื่องก็เอาแหย่เข้าไปเรื่อยแหย่เข้าไป
5:21 เรื่อยแย่เข้าไปเรื่อยไม่ถึง 2 นาที
5:23 มั้งทะลุออกไปหมดเลยก้อนหินกนเท่านี้ปิว
5:28 ออกไปข้างหน้าท่อ
5:30 แต่เราแหย่สวนเข้าไปเราไม่ได้ไปแหย่ทาง
5:33 นั้นลง
5:35 มาคนเก็เฮ
5:39 กันนายอำเภอก็มาเอาออกผลัดอำเภอก็มาเอา
5:43 ออกก็ไม่เห็นใครทำได้สักคนคนเก็เฮกันอยู่
5:46 ตรง
5:51 นั้นความ
5:56 โลภเป็นแหล่งของความชิบหาย
6:01 น้ำท่วมที่ไหนเรานี่สมน้ำ
6:04 หน้ามันอยากมีความ
6:07 โลภถมเอาห้วยหนองคลอง
6:12 บึงอย่างที่เราเคย
6:15 เห็นอย่างสมัยเราเป็นเด็กอย่างที่อุดร
6:20 ห้วยบักแข้งสมัยก่อนนี่พวกเราไหว้ถ้าคน
6:26 ไหว้ไม่แข็งจริงนี่ไม่ไม่ไม่ข้ามห้วยบัก
6:32 แขงไว้น้ำแข่งกันเก็บผัก
6:40 บุ้งแล้วเดี๋ยวนี้คลองห้วยบักแข้งเหลือ
6:44 อยู่แค่นี้ก้าวข้าม
6:47 ได้พอฝนตก 50-60 มิลิม
6:52 ท่วมไม่มีทาง
6:57 ไปถิ่นที่เราเคยเห็นจริงๆก็อย่างสกลนี่
7:01 พวกที่เป็นห้วยเป็นบึงที่เป็นบึงเล็กบึง
7:06 น้อยต่อกับตัวบึงหนองหารที่
7:10 สกลอย่าง
7:12 ห้วยที่สถาบันราชภัฏที่ผ่านมาสถาบัน
7:18 ราชภัฏเดี๋ยวนี้ก็เหลือแต่
7:22 สะพานแต่ห้วยไม่มีแล้ว
7:29 ปีไหนน้ำท่วมสนามบินพอน้ำมันลงมาจากบนเขา
7:36 ลงมาแล้วมาถึงนั่นมันไม่มีมันก็ไปทั่วมัน
7:40 เห็นที่ไหนเตียนมันก็ไปสนามบินมันก็ไปน้ำ
7:44 ท่วมเครื่อง
7:46 บินที่สนามบินที่
7:50 สกลกรุงเทพฯก็เหมือนกันพอไปปิดปิดมันแล้ว
7:55 น้ำมันก็ท่วมขึ้นไปที่สนามบินปี 54
8:05 เหลือวัดมณีการวัดเดียวในฝั่งตะวัน
8:09 ตกนอกจากนั้นไม่เหลือเลยท่วม
8:15 หมดปีนี้จะรอดหรือไม่รอดนี่ยังคิด
8:19 อยู่ถ้าน้ำทางเหนือมันเท่ากันกับที่ทอง
8:24 พระภูมินี่น่าจะรอดยาก
8:38 น้ำเราต้องเข้าใจน้ำคือน้ำไม่ใช่น้ำคือ
8:41 ปลา
8:43 ไหลเราเข้าใจน้ำคือปลาไหลมันจะดำเลน
8:47 ไปนี่ไม่ใช่น้ำมันคือน้ำน้ำมันเบากว่าเลน
8:54 มันอยู่เหนือเลนเหนือแผ่นดินอก็นี่ลองไป
8:58 ปิดมันดูท
9:00 ไปเลย
9:08 นะความเข้า
9:11 ใจความเข้าถึงความ
9:15 พัฒนาธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามันจะ
9:19 เลิศประเสริฐเลิศเลอขนาดไหนก็
9:23 ตามแต่คนที่เอาไปใช้
9:27 งานมันไม่เป็นตั้งแต่เบื้องต้นตั้งแต่
9:30 หยิบมานผิดตั้งแต่หยิบมาครั้ง
9:34 แรกอย่างเรากราบพระเราไหว้พระ
9:39 เราทำ
9:42 สังคายนาหรือ
9:44 เจริญธรรมะคำสั่งสอนของพระ
9:48 พุทธเจ้าถ้าว่าพร้อมกันนี่เรียกว่า
9:51 สังคยนา
9:53 ถ้าว่าทีละองค์ว่าคนเดียวอันนั้นก็เรียก
9:57 ว่าเจริญหรือสาธยาย
10:01 มันมีชื่อเรียกของมัน
10:03 อยู่อย่างคำว่าพุทธังสะระณัง
10:08 คัจฉามิมันเข้าไปถึงใจเรา
10:14 มั้ยเราจะกราบพระ
10:18 พุทธเราจะกราบพระธรรมเราจะกราบพระ
10:23 สงฆ์การกราบการไหว้มันลงไปถึงใจเรามั้ย
10:30 มันมีความปลื้มปีติขึ้นมามในหัวใจของ
10:34 เราอย่างเรารำลึกถึงพระ
10:38 พุทธเจ้ารำลึกถึงพระคุณของพระ
10:42 พุทธเจ้าที่มีมหากรุณาธิคุณอันยิ่ง
10:47 ใหญ่กับสัตว์
10:52 โลกความเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขากับสัตว์
10:57 โลกอันยิ่งใหญ่
11:02 ประกาศธรรมะคำสั่งสอน
11:05 ไว้ให้ผู้ที่เกิดขึ้นมาสุดท้ายภายหลังได้
11:08 ดำเนิน
11:10 ตามฟังคำว่าดำเนิน
11:14 ตามไม่ได้มาตั้งแง่ตั้งงอนกับคำสั่งสอน
11:18 ของพระ
11:20 พุทธเจ้าอย่างพวกเราทุกวัน
11:23 นี้ที่ไม่เป็นไปกับธรรมะคำสั่งสอนของพ
11:27 พุทธเจ้านั่นเพราะเหตุที่ว่า
11:29 ว่าเรามา
11:32 ตั้งเอาอะไรมาเป็นตัวตั้งคือเอาทิฐิเอา
11:36 มานะเอาอาสวะเอากิเลสมาเป็นตัว
11:41 ตั้งเราจะมาฟังคำสั่งสอนของพพุทธเจ้าหรือ
11:46 เราจะมาฟังอุบายและวิธีการต่าง
11:49 ๆกับการจัดการกับ
11:54 กิเลสหรือเราจะเอากิเลส
11:59 มาจัดการกับครูบา
12:02 อาจารย์แต่ส่วน
12:05 มากมันจะมาแนะนำสั่งสอนครูบา
12:10 อาจารย์อย่างสมัยก่อนหลวงปู่ฝั้นท่าน
12:15 ว่าพวกหัวดำมันจะมาสั่งสอนพวกหัว
12:19 โล้นหัวดำคือยัง
12:23 ไงหัวดำก็คือยังเป็นฆราวาสอยู่แล้วจะมา
12:28 สอนพระ
12:30 เณรมาสอนครูบา
12:34 อาจารย์มานั่งเล่าให้หลวงปู่ฟังหลวงปู่
12:37 ท่านก็นั่ง
12:39 ฟังฟังเสร็จแล้วหมดหรือยังถ้าหมดแล้วก็
12:44 ไปหลวงปู่มันไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเขา
12:48 นะพวกลัทธิต่าง
12:52 ๆเขามาเมีทีมงานมีอะไรตัวอะไรมากันเยอะ
12:56 แยะแล้วก็มาเล่าเรื่องการอุบายเรื่องวิธี
13:01 การต่างๆในการทำการกำจัด
13:05 กิเลสหรือพูดเรื่องอภิธรรมพูดเรื่องอะไร
13:08 ต่ออะไรต่างๆหลวงปู่ถึงกับจะนั่งฟังเราก็
13:12 นั่ง
13:14 ฟังนั่งฟังอยู่กับหลวงปู่พอเขาเล่าจบหมด
13:18 หรือ
13:19 ยังถ้าหมดที่จะเล่าแล้วก็เอ้าไปพากันไป
13:24 เสียเจะไปส่งน้ำหลวงปู่ท่านก็บอกเดี๋ยว
13:28 เราจะจะไปส่งน้ำไปพากันไป
13:31 เสียเขาว่าขอพักที่นี่โอ้ยไม่มีที่พัก
13:35 หรอกพวกเจ้าไม่มีที่พระเณรเต็ม
13:39 หมดไม่มีเอาที่พักแม่ชีแม่เชอไม่มีเลยที่
13:45 พักรแม่ชีก็ไม่มีไม่มีที่จะให้พรรคเ้าไป
13:50 เสียเราจะไปสงน้ำหลวงปู่ท่านก็พูดแล้วก็
13:55 ขึ้นไปส่งน้ำ
13:59 ฉะนั้นวิธีการจัดการกับ
14:03 กิเลสหรือเราจะมาว่าวเล่าให้ครูบาอาจารย์
14:09 ฟังส่วน
14:11 มากจะมาแนะนำสั่งสอนครูบา
14:16 อาจารย์ว่าครูบาอาจารย์อยู่ป่าอยู่เขาไม่
14:20 มีความรู้ไม่มีวิชาไม่ได้ศึกษาเล่า
14:24 เรียนในทางโลกก็ไม่ได้เรียนหนังสือหนังหา
14:31 บวชตั้งแต่เล็กแต่น้อยไม่ได้เรียนหนังสือ
14:34 ไม่มีการศึกษาเล่า
14:36 เรียนไม่มีอะไรทั้ง
14:39 หมดก็จะมาเล่าให้
14:42 ฟังสุดท้ายมาก็จะเป็นแบบนั้นนะเป็นส่วน
14:46 ใหญ่ไม่ได้คิดว่าจะมาเอาอุบายและวิธีการ
14:50 ต่างๆที่ครูบาอาจารย์จัดการกับ
14:54 กิเลสส่วนหยาบส่วนกลางส่วนละเอียดไม่ไม่
14:59 ได้สนใจ
15:00 เลยไม่ได้สนใจที่จะมา
15:03 เอาวิธีการต่างๆจาก
15:07 วัดหรือจาก
15:10 ศาสนาหรือจากพระไตรปิฎกหรือจากคำสั่งสอน
15:14 ของพระ
15:16 พุทธเจ้าไม่เคยคิดเลยที่จะมา
15:20 เอาไปฝึกหัดอบรมตัว
15:24 เองเมื่อไม่เคยคิดเลย
15:29 ที่จะมาเอาอุบายและวิธีการต่าง
15:33 ๆที่จะไปฝึกหัดอบรมตัวเอง
15:38 นสุดท้าย
15:41 มาพอใกล้จะตายมาก็เรียกร้องหาครูบา
15:45 อาจารย์ให้ไปเยี่ยมให้ไปอะไรต่ออะไรต่างๆ
15:49 ให้ไปให้โอวาทให้ไปทำอะไรต่ออะไรแล้วจะไป
15:54 ทำ
15:55 อะไรตั้งแต่ยังไม่เก็บไข้ได้ป่วย
16:03 ตั้งแต่ยังไม่มีกำลังมังชาเรี่ยวแรงที่จะ
16:08 ทำความพากความเพียรอยู่ไม่เห็นคิดจะมาหา
16:13 อุบายและวิธีการต่างๆที่จะไปจัดการกับ
16:18 กิเลสที่มันหมักหมมหุ้มห่อจิตใจเรามาช้า
16:24 นานเราไม่เคยคิด
16:27 เลยแล้วพอพอใกล้จะตายแล้วถึงจะ
16:30 มาเรียกร้องหาครูบา
16:37 อาจารย์เรียกร้องหาพ่อหาแม่หาคนที่คุ้น
16:41 เคยหาอะไรตัวอะไรสารพัดที่จะเรียกร้อง
16:45 เพราะเวลาใกล้จะตายจริง
16:48 ๆสุดท้ายมาเรียกร้องใครไม่ได้จิตใจก็
16:52 เศร้า
16:52 หมองจิตใจก็ขุ่น
16:56 เคืองจิตใจก็โมโหโท
16:59 โแม้กระทั่งครูบาอาจารย์บัดนี้ก็พ่านไป
17:02 แล้วบาด
17:04 นี้สุดท้ายมาไปที่ไหนบานี้พอเวลาตายจริงๆ
17:09 มาถึงการจุติภพเกิดขึ้นจริงๆนี่ไปที่ไหน
17:15 ล่ะไปอบายภูมิ 4
17:19 นั่นอบายภูมิ
17:23 4 มีมีอสุรกายมีสัตว์นรกมีสัตว์
17:27 เดรัจฉาน
17:29 อสัตว์นรกนี่เราจะเอาขนาด
17:32 ไหนเราจะเอาโลหกุมภีหรือจะเอา
17:37 วกีหรือจะเอาโลกันตนรกที่
17:43 มันเป็นนิพพานของเมืองนรกไม่มีอายุ
17:50 นั่นสุดท้ายมามันก็จะเป็นแบบนั้นนั่นถ้า
17:54 หากเราคิดที่จะมาหาอุบายมาหาวิธีการ
18:00 แนวทางการปฏิบัติในธรรมะคำสั่งสอนของพระ
18:03 พุทธเจ้าไม่ได้ยากเย็น
18:06 อะไรอย่างกรรมฐาน
18:10 5 ทุกคนมี
18:13 มั้ยทุกคนมีไหมผมขนเล็บฟันหนัง
18:18 นถ้าทุกคนมีก็เอามาพิจารณาดูสิให้เห็นตาม
18:24 ความเป็นจริงตามแนวทางของอุปฌาสอน
18:30 พระสงฆ์องค์แรกที่บวชก็คือราธพราหมณ์
18:34 มาจนถึงปัจจุบันนี่บวชมา
18:38 2,000 500 กว่า
18:41 ปีก็มาสอนอันเดียว
18:44 กันสอนผมสอนขนสอนเล็บสอนฟันสอนหนังให้
18:49 พิจารณาตามความเป็น
18:51 จริงถ้าเราคิดที่จะหาอุบายและวิธีการต่าง
18:56 ๆ
18:59 มันมีมากไปกว่านี้บัด
19:01 นี้อย่างทำ
19:04 กรรมฐานทำกรรมฐานนี้ก็มี 40
19:08 ข้อมีสติปัฏฐาน
19:12 4 สติปัฏฐาน 4 ก็มีกายมีเวทนามีจิตมี
19:16 ธรรมนั่นแล้วจะทำยังไงให้มัน
19:20 เกิดเป็นเวทนาขึ้น
19:23 มาเราจะเอาอุบายอันไหนที่จะให้มันเกิด
19:27 เวทนา
19:30 นั่งนาน
19:32 ๆหรือเดินนาน
19:38 ๆหรือนอนนาน
19:42 ๆเพื่อให้มันเห็น
19:45 เวทนาแต่ไม่ให้มัน
19:47 หลับเดี๋ยวมันก็จะเห็น
19:51 เวทนาพอนอนไปสัก 2-3 ชั่วโมงหรือ 4-5
19:55 ชั่วโมงหรือ 7-8 ชั่วโมงบ่ะเนี่มันจะเป็น
19:59 ยังไงมันก็จะเห็นเวทนาขึ้น
20:02 มาเวทนาอันนี้เป็นเวทนาขั้นแตกดับบ่หรือ
20:07 เป็นเวทนาจากการนอนเฉยๆเราก็เอามา
20:12 ดูพอเราเอามาดูแล้วเราก็จะเห็นร่างกายของ
20:16 เราเป็นยังไงมันจะแยกออกเป็นธาตุดินธาตุ
20:20 น้ำธาตุลมธาตุไฟหรือมันจะแยกออกไปเป็น
20:24 อาการต่าง
20:25 ๆมันก็ทำให้เราเห็นได้ทั้งนั้น
20:30 หรือไปอยู่ในป่า
20:33 ชัดที่มีซ้างมีเสือเดินผ่านไปมาเออเมื่อ
20:38 เช้านี้เขารายงานมาเหมือนกันนะช้างข้ามมา
20:42 อยู่ฝั่งนี้อีกแล้วแต่อยู่ไกลจากนี้ไป
20:46 หน่อยประมาณสัก 20 ตัวไอ้ช้าง 20 ตัวนี่
20:51 ไม่มีปัญหาหรอกแต่มันมีช้างอีกกลุ่มหนึ่ง
20:54 เขาเรียกว่าสเกา
20:57 หน้าสเกาหน้านี่มันจะมีอยู่ตัว 2 ตัวหรือ
21:00 3 ตัวมันเป็นสเกาหน้าสำหรับที่จะ
21:07 เดินหาเสบียงอาหารแล้วพอได้แหล่งที่มี
21:12 เสบียงอาหารเยอะแล้วเขาก็จะส่งข่าวกลับไป
21:16 บอกฝูงช้างจำนวนมากแล้วถ้าพวกนี้ยังอยู่
21:23 พวกนี้แ่ะจะเป็นตัว
21:24 นำนำการเดินทางหรือนำการหาที่อยู่อยู่ที่
21:29 อากินอันนี้เขาเรียกสเกาหน้าสเกาหลังก็จะ
21:33 มีขบวนการของ
21:36 เขาเห็นเขาส่งข่าวมาว่าซ้างประมาณ 20
21:41 ตัวอยู่หุบคะเนียงหุบคะเนียงก็อยู่แนว
21:45 เดียวกัน
21:50 กับบ้านปรังกาสี
21:55 ตรงขึ้นไปทางด้านซ้ายนิดนึงตรงข้ามเขาไป
22:01 ฝั่งอีกฝั่ง
22:03 หนึ่งหรือบ้านหม่อง
22:10 กลามงกลามันน่าจะเป็นบ้านแนวบ้านปรังกาสี
22:17 แนวบ้านหิน
22:22 แหลมตงขึ้นไปบนเขาที่เรามองเห็นภูเขา
22:27 เขียวๆนั่นน่ะ
22:29 แถวนั้นเเรียกว่าหุบคะเนียงมันมีหุบ
22:32 คะเนียงหุบ
22:34 กำนันแล้วก็
22:37 มาเป็นมิไทหว่องเป็นหุบเย็นเป็นมิไท
22:45 ห่องอยู่แถวเดียวกันอยู่ด้านเดียวกันกับ
22:49 ที่เราอยู่ที่วัดเวนี่อยู่คนแต่อยู่ใน
22:53 เทือกเขาเทือกเดียวกันตลอดแนว
22:59 แต่ไอ้ตัวสเกาหน้านี่
23:03 อันตรายสเกาหน้าสเกาหลังอันตรายทั้งหมด
23:08 แต่ท้างโขงใหญ่จริงๆไม่ค่อย
23:13 อันตรายคือพวกสเกาหน้าเนี่ยเป็นช้างที่
23:17 ขี้
23:20 ระแวงก็ธรรมดาคนไปคนเดียวเก็ขี้
23:26 ระแวงคือเห็นอะไรก็วิ่งใส่เลยเพราะเขามี
23:30 กำลัง
23:33 มากช้างตัวเดียว
23:36 นี่
23:40 อันตรายอย่างวันที่ 4
23:46 มกราคมตอนปีใหม่คุยกันอยู่กับผอถมว่าโอ้
23:51 ทองพระภูมิเรา
23:53 นี่ไม่มีข่าวช้างมันดุมันอะไรต่ออะไรนะอ
23:58 พอ 4 วันต่อ
24:02 มาก็ส้างตัวเดียวมันสายแล้ว 7:00 นแล้วไป
24:07 ขุดมันกันอยู่ 2 คนผัว
24:11 เมียไอ้เจ้าผัวหันหน้าขึ้นทางภูเขาไอ้
24:15 เจ้าเมียหันหน้าไป
24:17 ทางตามชาย
24:19 เขาเมีย
24:21 เห็นช้าง
24:23 มันวิ่ง
24:25 มาแต่ไอ้ผัวไม่เห็นก็บอกว่าช้างอ่ะไอ้ผัว
24:29 ก็วิ่งวิ่งตามทางที่ช้างมันวิ่งมาช้างมัน
24:35 ก็วิ่งไปตามทางน่ะมันเจกะมันก็เลย
24:40 ออกเี่ยออกแล้วมันก็วิ่งต่อ
24:43 ไปเพราะเราไปวิ่งขวางทางมันขวางหน้ามัน
24:48 เพราะช่างมันวิ่งมันสายแล้วมันก็วิ่งคน
24:52 ร้องมันก็
24:54 วิ่งช้างตัวเดียว
24:59 ตรงท้ายทอยนี่ยุบ
25:01 มั้คอหมุน
25:05 ได้วันนั้นเราก็
25:08 เลยมีพระโทรมาบอกก็เลยไป
25:13 ดูนอนคว่ำหน้าอยู่มันก็ไม่ได้ทำอะไรมันก็
25:16 วิ่งต่อ
25:22 ไปฉะนั้นการอยู่ป่า
25:28 มันจะมีหลายอย่างที่มาเกี่ยวข้องกับ
25:33 เราพวกเสือพวก
25:36 ช้างพวกหมู
25:40 ป่างูพิษสัตว์ที่มีพิษพวก
25:45 นี้มีเยอะใน
25:49 ป่าต้อง
25:54 ระวังการอยู่ป่านี้เราจะต้องเรียนรู้
25:57 เรื่องของ
25:59 ป่าถ้าได้ยินเสียงคมคามคมคามอย่าออกมาดู
26:04 ดีที่สุดหรือออกมาอย่าลงมาข้างล่างดีที่
26:09 สุดหรือเวลาภูเขา
26:13 ถลมเสียงมันจะดังสนั่นหวั่น
26:16 ไหวเมื่อก่อนมันมีเทียนตั้งอยู่ตรงหน้า
26:19 พระตรงนี้ 4-5 เล่มเทียนเล่มใหญ่ๆสูง
26:25 ๆมีข่าวว่าแผ่นดินไหวอยู่ที่
26:29 เชียงใหม่ตอน
26:31 19:00 มาถึงนี่ตอน
26:36 ซักหลัง 20:00 นเทียนตั้งอยู่ตรงนี้
26:43 ล้มพอเทียนเล่มใหญ่ล้มอาตมาเลยขนออกหมด
26:48 เลยเทียนเล่มใหญ่ๆอยู่ตรง
26:50 นี้เพราะของเรานี่มันอยู่ในแนวเขตแผ่นดิน
26:56 ไหวมันจะปลดปปล่อยพลังงานอยู่ตลอด
27:00 เวลาในคืนหนึ่ง 12 ช่วโมง
27:04 มันจะปลดปล่อยพลังงานมากกว่า 3
27:09 ครั้งฉะนั้นก็ต้องระวังเรื่องแผ่นดินไหว
27:13 ถ้าภูเขา
27:14 ถล่มเราฟังให้มันแน่ใจก่อนว่ามันถล่มอยู่
27:19 ที่
27:20 ไหนมันเป็นอันตรายกับร่างกายเรา
27:24 มเราจะวิ่งลงมาเลยไม่ได้เราต้องดูให้มัน
27:29 สงบเสีย
27:30 ก่อนจากแผ่นดินไหวหรือจากภูเขาถล่มอะไร
27:35 ต่ออะไรต่างๆพวกนี้ต้อง
27:37 ระวังต้องมีความ
27:40 รู้ถ้าไม่มีความรู้แล้วเราจะวิ่งมาเลย
27:44 เนี่ยเดี๋ยวเดียก็พอ
27:47 ดีอยู่ที่วัดถ้ำผา
27:52 ปู
27:54 เณรลืมผ้าปู้
27:57 นั่งก็กลับไปเอาภาพผู้นั่งมาพอฟ้าร้องฟ้า
28:02 ผ่าเปี้ยงดังบนเขาแล้วก็วิ่งมาพอดีก่อน
28:09 ถึงศาลาซัก 50 เมตได้มั้งหินมันร่วงลงมา
28:13 ไม่มีเสียงดังเลยเมได้ยินเสียงตุ๊บแล้ว
28:18 มันก็กระโดดเข้าไปมันก็ไปตกใส่ทางที่เณร
28:21 วิ่งมาพอดีมิดไป
28:27 เลยไปหารถเคนมารถเคน 100 ตันมา 2 คันมายก
28:31 หินออกถึงได้เห็น
28:33 เณรที่ว่าถ้ำพ้าปู่หลายปีแล้วนาน
28:38 แล้วตั้งแต่เรายังอยู่สกล
28:43 อยู่มีแผ่นดินถล่มก็เหมือนกันธรณีพิโรธก็
28:49 เหมือนกันน้ำท่วมก็เหมือนกันพวกนี้ต้อง
28:53 ระวังเขาเรียกว่าภัยพิบัติ
28:58 จากภัยธรรมชาติหรือจากอะไรนี่เราต้องมี
29:02 การศึกษามีความรู้มีความเข้า
29:06 ใจอย่างจับตัวประกันนี่นี่อาจารย์ปิ้น
29:11 าจารย์ฮวดปี
29:13 24 2524 จารย์ปิ่นจันท
29:17 หวด
29:19 ถูกจับตัวเป็นตัว
29:22 ประกันสุดท้ายมาเพิ่นไม่มีความรู้เรื่อง
29:25 การเป็นตัวประกันนี้
29:29 ไปเถียงกับเขาเขามี
29:32 อาวุธเขาอยู่เหนือกฎ
29:35 หมายพรรคคอมมิวนิสต์ที่ภูพานเขาก็เลยจัด
29:40 การซะเลยเขาคุมตัววันที่ 10 มกราคมเก็ไป
29:46 จัดการจันทร์ปิ่นจันทรฮวดวันที่ 13
29:51 มกราคมพอช่วงเดือนมกราคมปลายเดือน
29:54 มกราคมเราได้ข่าวเราก็เลยขึ้นไปจากไปอยู่
29:58 ที่
30:01 นั่นฉะนั้นวิธีการคิดในภาค
30:06 ปฏิบัติหรือวิธีการคิดใน
30:09 เรื่องภัยพิบัติต่าง
30:13 ๆภัยพิบัติที่ร้ายกาจที่สุด
30:19 อะไรคือความ
30:22 แก้ความเก็บไข้แล
30:25 พยาธิความที่เราจะทาดแตกธาตุดับที่เราจะ
30:29 จุติ
30:31 ภพนี่แหละเป็นภัยพิบัติที่ร้ายกาจที่สุด
30:35 ในมวลมนุษยชาติทั้ง
30:38 หลายแล้วเรามีวิธีการป้องกันตัวเองหรือ
30:43 ยังเราป้องกันตัวเองด้วยแนวทางแบบ
30:47 ไหนเราใช้สมาธิภาวนาบ่หรือใช้
30:54 วิปัสสนาหรือใช้ฌาน
30:59 ในการที่จะป้องกันตัว
31:06 เองแผ่นดิน
31:09 ไหวมันสะเทือนที่
31:21 หมอนถ้าเราไม่มีวิธีการป้องกันตัวเองล่ะ
31:25 บัด
31:26 นี้อะไรมันจะเกิดขึ้นมากับตัวของ
31:30 เราตัวเราไม่มีความรู้เรื่อง
31:35 ศาสนาไม่มีวิธีการที่จะจัดการกับตัว
31:40 เองเวลาเกิดภัยพิบัติขึ้น
31:45 มาอะไรที่มันร้ายกาจที่สุดก็คือมรณภัย
31:51 นั่นแล้วมาถึงวันนี้เราได้ป้องกันตัวเรา
31:54 ได้หรือยัง
31:58 วิธีการที่เราจะจัดการกับตัวของ
32:01 เราเมื่อเกิดมรณภัยขึ้นมา
32:07 ถึงหลวงปู่เทศน์ท่านว่าถ้าถึงเวลามรณภัย
32:12 จะมาถึงแล้วนี่พวกเรายังประมาท
32:17 อยู่ไม่ได้ขวน
32:20 ขวายไม่ได้ศึกษาธรรมะคำสั่งสอนของพระ
32:24 พุทธเจ้าในการที่จะเผชิญกับปัญญหาคือ
32:28 มรณภัย
32:32 แน่นอนที่สุดที่มันจะมาถึงตัวของ
32:36 เราไม่อายุมากก็อายุน้อยอายุน้อยๆก็ตายมา
32:42 เยอะไม่ใช่ไม่
32:44 ตายอายุมากก็ตายมาเยอะตายมาจน
32:49 หมดก็คือธาตุแตกธาตุดับมาด้วยกันทั้ง
32:52 นั้นมีมาดั้ง
32:55 เดิมคือมรณะภัยนี่มีมาดั้งเดิมแล้วยังจะ
33:00 ต้องมีต่อไป
33:02 นี่ในเมื่อมันถึงเวลานั้นที่จะมาถึงเรา
33:06 ล่ะบัดนี้เรามีความรู้หรือ
33:11 ยังขั้นสมถะเอาอยู่
33:15 มั้ยเอาไม่อยู่ขั้น
33:18 วิปัสสนาเอาอยู่มยเอาไม่
33:21 อยู่จะต้องใช้ระดับ
33:26 ฌานมีตั้งแต่
33:28 แรูปสาน 4 อรูปสาน 4
33:32 นั่นสัญญาเวทยิตนิโรธ
33:45 รูปสาน
33:47 4 ก็คือวิตกวิจารณ์ปิติสุขเอกัตตา
33:54 วิจารณปิติสุขเอตา
33:59 สุข
34:26 เอกตาแสงนี่ที่เราจะ
34:29 ระงับสัญญากับเวทนาได้โดยประการทั้ง
34:33 ปวงเราจะต้องเข้าไปพักจิตอยู่ในสัญญา
34:37 เวทยิตนิโรธ
34:38 แล้วบัดนี้เราเห็นมันหรือยังหน้าตามัน
34:42 เป็นยังไงรูปร่างลักษณะเป็นยัง
34:47 ไงแค่วิตกกับวิจารณ์นี่เรารู้จักหรือยัง
34:51 ว่ามันเป็นยัง
34:53 ไงมันมาเคยสัมผัสบ้างหรือยังที่จิตของเรา
35:00 ถ้าเรายังไม่เคยสัมผัสอะไร
35:03 เลยเรามาอยู่วัดนี่เรามาอยู่ยังไงเรามา
35:08 ศึกษาธรรมะคำสั่งสอนของของพระพุทธเจ้าบ
35:10 หรือเรามาตั้งทิฐิมานะของเราขึ้น
35:16 มาเพื่อจะให้มันเป็นไปตามทิฐิมานะของ
35:21 เราเราไม่ได้คิดถึงเรื่องธรรมะคำสั่งสอน
35:24 ของพพุทธเจ้าเลยท่านสอนอะไรบ้าง
35:32 เรียกว่าหูไม่กระดิก
35:35 เลยเข้าหูซ้ายทะลุหู
35:39 ขวาไม่เคยได้ยินเลยไม่มีในหัวใจ
35:44 เลยบัดนี้เป็นยังไงบัดนี้พอถึงเวลาจะตาย
35:47 มาจริง
35:49 ๆมีแต่
35:53 เวทนาเวทนาขั้นแตกดับมันง่ายมันสบาย
35:59 ถ้าเป็นเวทนาขั้นแตกดับจริง
36:02 ๆเราจะตั้งจิตของเราไว้ยังไงเราจะวางจิต
36:09 ของเรายังไงถึงจะข้ามเวทนา
36:12 ได้ต้องไปพักจิตอยู่ที่สัญญาเวทยิตนิโรธ
36:17 ดับสัญญากับเวทนาโดยประการทั้งปวง
36:22 นี่แต่ถ้าไม่ได้อย่างงั้นน่ะบัด
36:25 นี้เรียกร้องหาพ่อหาแม่หาครูหาอาจารย์
36:30 เรียกร้องให้คนโน้นมาเยี่ยมมา
36:33 เยิ่มใครไปเยี่ยมมันก็คือเก่าแล้วก็เพราะ
36:36 เวทนาแตกดับของเราเองไม่ได้เป็นของคน
36:41 อื่นเวทนาขั้นแตกดับเป็นของของเรา
36:45 เองเราจะต้องแดกแตกเราจะต้อง
36:49 สลายมันสิ้นสุดอายุไขยสิ้นสุดกรรมสิ้นสุด
36:55 ทั้งกรรมทั้งอายุขัย
36:58 หรือ
37:00 อุปฆาตกรรม
37:03 ขึ้นมาที่มันจะต้องแตกดับ
37:08 นั่นถึงแม้อายุใครมีอยู่แต่โลกปัจจุบัน
37:13 ท่านด่วนมันเกิดขึ้นมา
37:15 แล้วเราทำกรรมมาแล้วมันก็เป็นของเราเอง
37:19 ไม่ได้เป็นของ
37:20 ใครถึงได้ว่าเรามีกรรมเป็นของของตนเรามี
37:24 กรรมเป็นเผ่าพันธุ์เรามีกรรมเป็นที่พึ่ง
37:26 อาศัยเรามีมีกรรมเป็นแดนเกิดนั่นเราท่อง
37:30 อยู่ทุกวันมันเข้าไปถึงหัวใจเรา
37:33 มั้ยถ้ามันไม่ถึงหัวใจเราบัดนี้ก็ตาย
37:37 ฟรีตายแถมยังตกโลกันตนรกอีกต่างหาก
37:46 [เพลง]
37:54 [เพลง]
37:56 นั่น K
38:00 [เพลง]