0:00 [เพลง]
0:03 ธัมมาวุโธว่าาหลวงปู่สาครธัมมาวุโธวัด
0:09 เวลวตำบลท่าขนุนอำเภอ
0:13 ทองผาภูมิจังหวัด
0:16 กาญจนบุรีแสดงธรรมเมื่อวัน
0:18 ที่ 29 มีนาคม
0:23 [เพลง]
0:26 2568 ขันธ์ 5 มันเป็นส่วนประกอบ
0:30 ที่มีมาพร้อมกันและดับไปพร้อม
0:34 [เพลง]
0:40 กันเราเข้าใจว่ารูปเป็นเราสังขารเป็นเรา
0:46 หรือเข้าใจว่าสัญญาความจำได้หมายรู้เป็น
0:49 เราหรือเราเข้าใจว่าเวทนาเป็นเราหรือเรา
0:53 เข้าใจว่าวิญญาณเป็นเราอันนี้มันเป็นแค่
0:57 วิญญาณในขันธ์ 5
1:00 มันเกิดมาพร้อมกับขันธ์ 5 และมันจะดับไป
1:03 พร้อมกับขันธ์ 5 แต่ตัวปฏิสนธิ
1:07 วิญญาณคือผู้รู้ทั้ง 5 อย่างนี้ถึงได้
1:11 เรียกว่าปฏิสนธิ
1:13 วิญญาณอันนี้เป็นวิญญาณที่จะต้องท่ไปใน
1:16 โลก
1:20 กว้างเราบอกไว้ว่าเผื่อแผ่นดินไหว
1:31 เรากลัวที่มันทรุดตัวแผ่นดินถ้าแผ่นดิน
1:35 ทรุดตัวในบริเวณ
1:38 นั่นอย่างศาลานี่ก็นกลัวเวลามันทรุด
1:43 ตัวแต่ที่ทองภูมินี่มันดีหน่อยที่
1:49 ว่าแนวฐานรากของทองภูมินี่มันเป็นฐานของ
1:54 เคื่อนเพราะเคื่อนที่เจาะ
2:00 เจาะรูเม็ดนึงลึกลงไป 150
2:05 เมตแล้วบันี้ก็เอาปูนอัดลงไป
2:10 อันนี้
2:12 มันปูนมันไปถึงนู่นนะถึงลิ้นถินพอไปเจาะ
2:17 ที่ลิ้นถินก็เจอ
2:19 ปูนเจอปูนของเขื่อนฉะนั้นถ่านของเขื่อน
2:23 มันก็เลยฐานของอำเภอทองภูมินี่ก็เลยไปถึง
2:28 มีฐานที่ใหญ่ไม่มีกันสุด
2:35 ตัวขอดูมันก่อนว่ามันไม่ได้เห็นมันนาน
2:39 หน้าตามันเป็นยังไงไอ้ฮิปปี้กับไอ้
2:46 ฮูลูฮิปปี้ด้วยหูรูด้วยไม่ได้เห็นมันนาน
2:50 มันมาแอบอยู่ข้างหลังรถเรา
2:54 แหมมันไม่มากวกมือเรียกว่าหลวงปู่อย่า
2:58 เพิ่งไปอย่าเพิ่งไป
3:06 มูรูกับ
3:10 ฮิปปี้แต่เรากลับรถเราถอยหลังมันอยู่ข้าง
3:15 หลังรถ
3:17 พอเบอกว่ามันอยู่หลังรถหลวงพ่อไอ้ฮิปปี้
3:21 แต่เรียกก็ไม่ได้เพราะวิทยุใช้งานกันไม่
3:25 ได้
3:30 การศึกษาเล่า
3:35 เรียนเราเชื่อพพุทธเจ้าหรือเราไม่ได้
3:38 เชื่อพ
3:41 พุทธเจ้าพพุทธเจ้าบอกว่า
3:44 รูปเวทนาสัญญาสังขาร
3:50 วิญญาณขันธ์ 5 เนี่มันเป็นส่วน
3:55 ประกอบที่มีมาพร้อมกันแล้วก็ดับไปพร้อม
3:58 กัน
4:01 เราไม่ได้เข้าใจว่ารูปเป็นเราหรือเราเข้า
4:06 ใจว่าสังขารนั้นเป็นเราหรือเข้าใจ
4:10 ว่าสัญญาความจำได้หมายรู้เป็น
4:14 เราหรือเราเข้าใจว่าเวทนาเป็น
4:18 เราหรือเราเข้าใจ
4:22 วิญญาณเป็นเราอันนี้มันเป็นแค่วิญญาณใน
4:26 ขันธ์
4:27 5 มันเกิดมาพร้อมกับกับขันธ์ 5 แล้วมัน
4:30 ก็จะดับไปพร้อมกันกับขันธ์
4:33 5 แต่ตัวปฏิสนธิ
4:37 วิญญาณคือผู้รู้ทั้งทั้ง 5 อย่างนี้ถึง
4:41 ได้เรียกว่าปฏิสนธิวิญญาณอันนี้เป็น
4:45 วิญญาณที่จะต้องท่องไปในโลก
4:48 กว้างเราต้องมาทำความเข้าใจแล้วก็ต้องมา
4:53 [เพลง]
4:54 ศึกษาอย่างเวทนามันเกิดขึ้นมา
4:58 อย่างเราไปเข้าใจว่าเวทนาเป็นเราหรือเรา
5:01 เป็น
5:02 เวทนามันเกิดมาดั้งเดิมอันนี้เป็นส่วน
5:06 ประกอบของ
5:08 ขันธ์เรามาทำภาวนาเรามาทะเลาะกับพระ
5:13 พุทธเจ้านะไม่ได้เรามาทะเลาะกับคนธรรมดา
5:17 สามัญเราทะเลาะกับคำสอนของพระ
5:22 พุทธเจ้าเราเห็นสังขารนเป็นเราเป็นของของ
5:27 เราแต่พพุทธเจ้าว่า
5:30 เป็นมาในขันธ์
5:33 5 รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเป็นส่วน
5:38 ประกอบของขันธ์ 5 เท่า
5:42 นั้นแล้วเราจะเอาส่วนประกอบนี้ออกไปอันใด
5:46 อันหนึ่งได้มั้ยล่ะเราจะเอารูปออกไปบอก
5:50 หรือจะเอาสัญญาออก
5:53 ไปถ้าเราเอาสัญญาออกไปถ้าหากเราไม่มีความ
5:58 จำได้หมายรู้นี่
6:00 เราจะกลับบ้านถูก
6:04 มั้ยเราจะรู้จักพ่อจากแม่มั้ยถ้าหากเรา
6:10 ไม่มีสัญญาคือความจำได้หมาย
6:14 รู้เราจะมีความละอาย
6:18 มั้ยเพราะเราไม่มีสัญญา
6:23 เนี่สังขารก็เหมือนกันมันเป็นส่วนประกอบ
6:26 ของรูปเท่านั้นเราเอามาใช้งาน
6:32 เราจะเอามาใช้งานเท่านั้นเราไม่ได้เอามา
6:35 ทำอย่างอื่นส่วนประกอบของรูปของเวทนาของ
6:39 สัญญาสังขารวิญญาณพวกนี้เราเอามาใช้งาน
6:43 เท่า
6:46 นั้นเมื่อเราทำงาน
6:51 เสร็จส่วนรูปส่วนเวทนาส่วนสัญญาสังขาร
6:55 วิญญาณมันจะเป็นอะไรมันก็เพเป็นไปตาม
6:57 ธรรมชาติของมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัว
7:00 ปฏิสนธิ
7:03 วิญญาณเมื่อเราชำระทิฐิมานะอาสวะกิเลสออก
7:09 ไป
7:09 จากตัวปฏิสนธิวิญญาณได้แล้วเราไม่มีความ
7:13 จำเป็นเรื่องรูปมันจะเป็นอะไรก็เป็นตาม
7:16 ธรรมชาติของมันเวทนาก็เหมือนกันก็เป็นไป
7:20 ตามธรรมชาติของเพราะมันไม่ใช่เรามันไม่
7:24 ใช่ของของ
7:26 เราอันนี้เรามาทะเลาะ
7:30 กับคำสอนของพ
7:32 พุทธเจ้าเรามาเห็นรูปว่าเป็นเราเห็นเวทนา
7:36 ว่าเป็นเราเห็นสังขารสัญญาว่าเป็นเรา
7:40 สังขารว่าเป็นเราวิญญาณว่าเป็นเราสรุปตัว
7:44 ทั้งหมดนี่เป็นเป็นเราทั้ง
7:47 หมดอะไรมาแตะต้องไม่
7:50 ได้ในเรื่องของร่าง
7:54 กายแต่ธรรมชาติน่ะเราไปห้ามปรามันได้มั้ย
8:00 ธรรมชาติของความแก่ธรรมชาติของความเก็บ
8:03 ไข้ได้พยาธิธรรมชาติ
8:10 ของธรรมะคือความเป็นธรรมชาติมันก็อยู่กับ
8:14 ร่างกายอันนี้
8:17 แเสร็จแล้วเราเห็น
8:22 อะไรเห็นสังขารว่าเป็น
8:26 เราเห็นรูปว่าเป็นเรามันก็อีลุงตุงนังกัน
8:31 อยู่นี่แหละบัดนี้ไม่รู้จะเอายัง
8:34 ไงความจำได้หมายรู้อะไรต่ออะไรต่างๆเอามา
8:38 ใช้งานเท่านั้นพอเราใช้งานไประดับหนึ่ง
8:42 แล้วเราก็
8:43 หยุดเครื่องมือสำหรับงานก่อ
8:49 สร้างเมื่องานเขาเสร็จเครื่องมือเหล่า
8:53 นั้นเอาไปทิ้งไวก็ดูอย่างอยู่ที่ศาลาพระ
8:57 อุปคุต
9:00 เครื่องมือก่อสร้างในสมัยที่เราก่อสร้าง
9:04 ศาลาพปคุศาลาไอ
9:09 คุกเครื่องมือเต็มอยู่นั่นแต่ถุนกุฏิไอ้
9:13 ศาลาพ
9:15 คุฑแล้วไม่จำเป็นที่จะใช้มันเพราะมันเป็น
9:20 แค่เครื่อง
9:21 มือสำหรับที่จะเอามาประกอบการงานต่าง
9:26 หากรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็เป็น
9:29 เครื่องมือเหมือนกันเมื่อเราทำงาน
9:33 เสร็จแล้วรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณแล้ว
9:37 ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติของมันเท่านั้นนนั่น
9:40 คือความเข้าใจตามธรรมะคำสั่งสอนของพ
9:48 พุทธเจ้า
9:50 ฉะนั้นการเข้าใจในธรรมะคำสั่งสอนของพระ
9:54 พุทธเจ้านัเราต้องมาทำความเข้าใจ
9:57 กันอย่างพพุเจ้าพูดถึงเรื่องหลักของ
10:01 มรรคคือ
10:03 สัมมาทิฏฐิคือความคิดชอบความคิดชอบเี่จะ
10:08 ต้องเป็นความคิดที่เห็นภัยของ
10:11 วัฏฏะในการท่องเที่ยวใน
10:15 วัฏฏะในการเกิดการแก่การเจ็บการ
10:20 ตายในการที่จะต้องไปตกอบายภูมิ
10:24 4 ถ้าเราไม่ได้เตรียมการของเราถึงแม้เรา
10:29 จะทำทำบุญทำทานรักษาศีลภาวนามาระดับไหนก็
10:32 ตาม
10:34 แต่เราทำให้แจ้งในสัจธรรมทั้ง 4 หรือยัง
10:39 ถ้าหากเราทำไม่ไม่แจ้งให้แจ้งในสัจจธรรม
10:42 ทั้ง 4 พอตอนถึงเวลาจะจุติภพมันจะรู้
10:48 จักเพราะมันเห็นรูปว่าเป็นเราเห็นเวทนา
10:53 ว่าเป็นเราเห็นสัญญาว่าเป็นเราเห็นสังขาร
10:55 ว่าเป็นเราเห็นวิญญาณว่าเป็นเรา
10:59 ในร่างกายอันนี้มันเป็นเราทั้งหมดเราไม่
11:04 ได้เห็นว่ามันเป็นขันธ์
11:08 5 เราเห็นว่ามันเป็นธาตุดินธาตุน้ำธาตุ
11:11 ลมธาตุไฟเราเห็นว่ามันเป็นอากาศธาตุ
11:15 วิญญาณธาตุถ้าเราเห็นตามความเป็น
11:19 จริงเห็นว่ามันเป็นผมเป็นขนเป็นเล็บเป็น
11:22 ฟันเป็นหนังเท่านั้นเป็นอาการต่างๆถ้าเรา
11:26 เห็นอย่างนั้นเวทนามันไปตั้งอยู่ที่ไหน
11:30 ไม่มีที่ตั้งของ
11:31 เวทนาเวทนามันก็ไปอยู่กับขันธ์นู่นต่าง
11:34 หากไม่ได้มาอยู่ในใจของเรา
11:38 นั่นสัญญาสังขารก็เหมือนกันมันไม่ได้มา
11:41 อยู่ที่ใจเพราะมันไปอยู่กับไอ้ขันธ์
11:46 5 มันเป็นส่วนประกอบของขันธ์ 5 เท่านั้น
11:50 แต่ถ้าหากเรามาทำความเข้าใจกับตัวของเรา
11:53 ว่าที่เรามาปฏิบัติเรามาปฏิบัติอะไร
11:59 เรามาทำความเข้าใจในเรื่อง
12:02 อะไรถ้าหากเรามาทำความเข้าใจในเรื่อง
12:05 ธรรมะกำสั่งสอนของพุทธเจ้าเราก็เชื่อพระ
12:08 พุทธเจ้าสิพพุทธเจ้าบอกว่ารูปเวทนาสัญญา
12:12 สังขารวิญญาณเี่เป็นส่วนประกอบของขันธ์ 5
12:15 ผู้รู้ว่าขันธ์ 5 นั่นคือใจที่เป็นใจของ
12:20 เราตัวนี้จะเป็นตัวที่เกิดแก่เก็บตายตัว
12:25 นี้จะเป็นตัวที่
12:27 ไปเสวยในภพน้อยใหญ่สูงๆต่ำๆลุ่มๆดอนๆแล้ว
12:33 บัดนี้ถ้าหากเราไม่ได้เตรียมการเรามายึด
12:36 อยู่กับขันธ์บัด
12:37 เก่อนตายบัเนี่มันก็มานึกถึงเรื่องของ
12:44 เวทนาเราข้ามเวทนาไม่ได้พอเราข้ามเวทนา
12:49 ไม่
12:50 ได้จิตใจก็เศร้าหมองเท่านนั่นเพอจิตใจ
12:55 เศ้าหมองจะไปไหนล่ะมันก็กลับไปอบายภูมิ
13:00 4 ฉะนั้นถ้าหากเราเข้า
13:04 ใจธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตามความ
13:08 เป็น
13:10 จริงรูปก็เป็นรูปไอ้ขันธ์ 5 ก็เป็นขันธ์
13:15 5 จิตก็เป็นจิตเป็นแยกกันอยู่ต่าง
13:20 หากมันจะเข้ามาทับถมกันได้ยังไงมันมี
13:23 เครื่องกั้นของมันอยู่มันมีสิ่งที่หุ้ม
13:27 ห่ออยู่
13:29 ใจของเรามันก็มีสิ่งที่หุ้มห่อมของมันคือ
13:34 วิชาแต่วันนี้เราเอาใจไปเป็นอวิชาคือผู้
13:38 ไม่
13:40 รู้
13:42 ฉะนั้นพูดเรื่องการ
13:45 ภาวนาเดี๋ยวจะพูดเรื่องเหตุการณ์ที่เกิด
13:49 ขึ้นเมื่อวัน 2 วัน
13:53 นี้อย่าง
13:55 ประเทศข้างบ้านเราก็ว่ามีคนตายหลายหลาย
14:02 ร้อยมีคนบาดเจ็บก็หลายร้อยบ้านเรานี่ยัง
14:07 สรุปไม่ได้มั้งว่ากี่
14:09 ร้อยที่อยู่ในตึกนั้นที่มันถล่มลง
14:14 ไปแต่ถ้าเรานับถอยหลังกลับ
14:19 ไป 94
14:24 ปีมันเคยเกิดเหตุเรียกว่าอาเพศ
14:34 หมายความว่ายังไงถึงได้เรียกว่า
14:37 อาเพศเรือพระเถระจะออก
14:42 บิณฑบาตแต่พวกพระหนุ่มพระน้อยเขไปบิณฑบาต
14:46 ทางไกลเขพายเรือออกไปก่อนแล้วเหลือเรือ
14:49 พระเถระ
14:52 อยู่ในระหว่างที่พวกพระหนุ่มออกไปบิณฑบาต
14:57 ทางเส้นไก
14:59 เส้นใกล้ก็เป็นเรื่องของพระเถระที่จะ
15:04 ออก
15:06 แต่เรือมันกระโดดขึ้นมาอยู่บน
15:12 บกเมื่อเรือมันขึ้นมาอยู่บนบกบี่โอ
15:17 พระเถระออกมาที่จะไปบิณฑบาตเข็นเรือลงน้ำ
15:22 ไม่
15:26 ได้ก็ทำโทษ
15:29 สามเณรหรือทำโทษพระ
15:33 หนุ่มจนมีเรื่องมีราวกันจนถึงไปว่า
15:38 ในขึ้น
15:41 ศาลพวกพ่อแม่เณรเขาก็มากล่าวโทษว่าไปทำ
15:49 โทษเณรแล้วก็เอาไปฟ้องที่
15:53 ศาลเพราะเณรไม่มีความผิดเณรเค้าก็ไม่รู้
15:57 ว่าเรือ 2 ก้อมันขึ้นมายัง
16:02 ไงแล้วบัดนี้ก็ถ้าคนอยู่กัน 2 คน 2 าโ
16:09 สามี
16:10 ภรรยาภรรยาเข้าไปทำกับข้าวหุงข้าวหุง
16:16 ปลาแต่เวลาภรรยาออกไป
16:20 ธุระไปเอาใบตองไปเอาอะไรที่จะมาห่อข้าว
16:24 ห่อ
16:27 ของม้อหหุงข้าวมันกระโดดลงไปข้างล่าง
16:34 แตกตู้กับ
16:36 ข้าวที่เก็บพวกช่วยโสโอชามจานกระเบื้อง
16:41 กระเบื้องต่างๆแตก
16:44 หมด
16:46 แล้วพอภรรยากลับมาก็ว่าสามีก็ว่าเสียงมัน
16:52 ดังสามีก็เข้าไปดูพอเข้าไปดูไม่เห็นภรรยา
16:59 ตะแคงตู้ไว้แล้วก็หนีไปว่ากันมีเรื่อง
17:05 ทะเลาะ
17:06 กันบางทีก็บางคนก็
17:11 สะใภ้ทะเลาะกับ
17:14 หญ้าย่าก็กล่าวโทษว่าสะใภ้นัไปทุบถ้วยโส
17:19 โอซารวมทั้งหม้อหุงข้าวหุงเข้วในยุคนั้น
17:23 เป็นหม้อ
17:25 ดินมันไม่มีหม้อเหล็กอย่างทุกวันนี้ที่
17:29 เป็นหม้อหุง
17:35 ข้าวมีหลายครอบครัวที่เกิดเรื่องทะเลาะ
17:38 เบาะแว้งกันเรียกว่าวัดในพระนครทั้ง
17:42 หมดมีเรื่องทะเลาะกันกับระหว่างเณรกับพระ
17:48 เถระพ่อแม่พวกเณรเค้าก็ไม่ยอมเพราะเขาไม่
17:52 ได้ทำเขาก็เลยไปฟ้องศาลเขาเรียกว่าเอาไป
17:57 ฟ้องกระทรวงธ
18:00 กรรมการแล้วบัดนี้ 2 สามีภรรยาทะเลาะกัน
18:05 จะไปหย่าจะไปอะไรกันกล่าวโทษกันปู่ย่าก็
18:11 กล่าวโทษลูก
18:13 สะใภ้ลูกสะใภ้ก็บอกว่าไม่ได้
18:17 ทำจะไปขับไล่ลูกสะใภ้หนีลูกสะใภ้ก็ไม่ยอม
18:23 ก็เอาไปกล่าวโทษกันในกระทรวงธรรมการ
18:29 ภายหลังมามันมากขึ้นมาก
18:33 ขึ้นทางไอ้เสนาบดีกระทรวงธรรมการก็ไม่รู้
18:38 ว่าจะตัดสินยัง
18:40 ไงบางคน
18:42 ก็บ่อเลี้ยงปลาสวยงามไปลาสวยงามนี่มีมา
18:48 แต่สมัยก่อนเมื่อ 90 ปีก่อน 94 ปีก่อนปลา
18:54 มันขึ้นมาไหว้อยู่บนสนามหญ้า
19:00 ถ้ามาคิดถึงทุกวันนี้พระลงว่าปลามันขึ้น
19:05 มาไห้อยู่ในสายหนาม
19:08 หญ้าเรือที่เจ้าอาวาสปลูกไว้ในท่ามันขึ้น
19:14 มาอยู่บน
19:17 บกตู้กับข้าวตู้ใส่จานใส่ถ้วยกระเบื้อง
19:23 กระเบื้องต่างๆหล่นลงมาแตกล้มลงมาแตก
19:29 มันจะนานเท่าไหร่ถ้วยมันถึง
19:33 แตกอันนี้เมื่อ 94 ปีก่อนต้องนับถอยหลัง
19:40 ไป 94 ปีมันเป็นพ.ศอะไรเอา 94
19:45 ลบ 2
19:48 5 6
19:55 8
19:57 ฉะนั้นความเป็นมาของธรณี
20:01 พิโรธมันเคยเป็นมา
20:04 ก่อนมันเคยมีการจดบันทึกอยู่ในกระทรวง
20:09 ธรรมการแต่สมัยนั้นเเรียกว่าอาเพศก็ไม่
20:13 ได้เรียก
20:15 ว่าแผ่นดิน
20:19 ไหวอย่างพวกสึนามิซึมะมอีกเมันมีมาแล้ว
20:23 ทั้ง
20:24 นั้นอย่างพวก
20:27 มอร์แกนพวกคนเลเขาไม่มีตายสักคนเลยแม้แต่
20:33 คนเป็น
20:34 อัมพฤกษ์เดินไม่ได้พก็หามกันวิ่งข้ามเขา
20:40 วิ่งขึ้นไปอยู่บนภู
20:42 เขาเพราะมันเคยมีมา
20:45 ก่อนที่เรียกว่า
20:48 สึนามิคนที่เขามีความรู้เรื่องภัยพิบัติ
20:53 เขาจะไม่มี
20:56 ปัญหาอย่างเวลาเกิดธรณี
21:00 พิโรธหรือเกิดวาตภัยหรือเกิดอุทุกภัยอะไร
21:04 ถ้าเรามีความรู้มาก่อนเราเคยได้ยินได้ฟัง
21:07 มาก่อนพอถึงเวลาแล้วเราก็
21:12 จะเข้าใจว่าเราจะทำยังไงกับตัวของเรา
21:16 เพราะในระหว่างนั้นเราจะต้องเป็นคนตัดสิน
21:19 ใจว่าเราจะปฏิบัติตัวยัง
21:23 ไงถ้าหากเราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน
21:29 เราก็พอได้ยินเสียงโคมคำโมคำเราวิ่งอย่าง
21:32 เดียวก็
21:33 ตายเคยมีอยู่ที่ทาง
21:39 อีสานฟ้าร้องเปรี้ยงฝน
21:43 ตกจริงๆแล้วมันเป็นฟ้าผ่าฟ้าผ่าฟ้ามันผ่า
21:49 ต้นไม้แล้วต้นไม้ต้นนั้น
21:53 โค่นหินก็หล่นลงมาจากหน้าผา
21:58 หินก้อนขนาดเข้ากับ
22:02 ถังถังไอ้สี่
22:06 เหลี่ยมังรอยปิ๊บหล่นลงมาจากหน้า
22:12 ผามันตกลงเณรก็วิ่งมามาแบกมันพอดีมันตกลง
22:19 แล้วมันกระโดดขึ้นแล้วมันก็มาตกใส่ตรงทาง
22:22 ที่เณรวิ่ง
22:24 มามิดไปเลย
22:29 เขาได้เอาเคน 100 ตัน 2 คันมายกถึงได้
22:33 เห็นเณรเณรจมลงไปในดินนั่นนั่นเพราะไม่มี
22:41 ความรู้ฉะนั้นเวลาเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าอะไร
22:46 เราต้องมีความรู้ว่าเราจะอยู่ยัง
22:49 ไงอย่างธรณีพิโรธอันนี้เรียกว่าธรณีพิโรธ
22:54 คือแผ่นดิน
22:56 ไหวเราจะต้องเตรียมการถ้าเป็นเวลากลาง
23:01 คืนที่กุฏิเราจะต้องมีเทียน
23:05 ไขมีไฟ
23:08 แช็คมีไฟฉายที่ใช้
23:12 ทานสำหรับวัยที่กุฏิเวลาเกิดพรรณีพิโรธ
23:18 กลางคืนหรือเกิดพายุกลาง
23:22 คืนไฟมันจะดับ
23:27 หมดก็ดูไม่ว่าแต่ไฟเลยเส้นทางที่จะเดิน
23:31 ทางระหว่างหมู่บ้านถึงหมู่บ้านยังไปหากัน
23:34 ไม่
23:35 ได้ระหว่างเมืองหาเมืองก็ยังไปหากันไม่
23:41 ได้ฉะนั้นเวลาเกิดภัย
23:45 พิบัติพวกนี้เราจะต้องมีความรู้
23:49 ไว้อย่างน้อยเราก็มีไฟฉายแล้วก็มีไฟแช็ค
23:53 แล้วก็มีเทียนไขก็เวลาเกิดมันมืดมา้าเวลา
23:59 มันเกิดกลางคืนถ้ามันเกิดกลางวันก็แล้วไป
24:02 ไม่มีอะไรแต่มันก็ต้องทำ
24:06 งานเราก็ต้องมี
24:08 สติถ้าเราเป็นผู้มีสติไม่มีปัญหาจะเกิด
24:12 อะไรก็
24:14 ธรรมดาไม่ได้เป็นเรื่องแปลกเรื่องใหม่
24:17 เพราะมันเคยเกิดมาก่อนแล้วทุก
24:20 เรื่องอย่างภัยพิบัติฟ้าฝนไม่ตกต้องตาม
24:24 ฤดูกาล
24:26 12 ปี
24:29 พระสารีบุตรเคยไปจำพรรษาอยู่ที่สถานที่
24:33 มันเกิดภัย
24:35 พิบัติฉะนั้นมันมีมาก่อนแล้วทั้งหมดไม่
24:38 ใช่ไม่เคยมีเราลองทวนกลับไปดูเท่านั้นเรา
24:43 จะ
24:44 เห็น
24:46 อย่างวาตภัย
24:49 อุทุกภัยที่มณีกาปี
24:55 54 ทำไมเราป้องกันวัดมณีการได้
25:00 ก็เพราะเรามีความรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่
25:03 เราเข้าไปเรามีการวางแผนไว้ก่อนว่าเราถาม
25:10 ชาวบ้านแถวนั้นว่าแถวนี้ในฤดูน้ำหลากใน
25:14 สมัยทำนาน้ำสูงเท่าไหร่ตรงนี้ก็ทำนาปัง
25:19 หรือนาข้าวลอยสมัยก่อนเขาบอกทำนาเข้าลอย
25:24 ถ้านำทำนาเข้าลอยน้ำก็ต้องสูงมากกว่า
25:29 เม็ดจากถนนเพราะถนนนมันอยู่ในแนวคันนา
25:36 เขาฉนั้นเราจะต้องทำยังไงที่จะ
25:39 ให้รอบวัดมณีการสูงกว่าคันนาเขาคือสูง
25:45 กว่าถนนเขาประมาณเม็ดเมีความคิดไว้
25:51 ก่อนแต่พอเวลามันมาจริง
25:55 ๆเรายังพูดว่ามันจะมาถึงหน้าวัดมณีกการ
25:59 ตรงประตูน้ำมันจะสูง 50 ซมเราเตรียมสั่ง
26:05 ทรายสั่งอะไรมา
26:08 เลยเวลามันมาจริงๆวันที่ 30 ตุลาคมปี 54
26:17 มันมาถึงที่หน้าวัดน 42
26:22 ซมพอถึงวันที่ 31 มันก็ลดลงครึ่งเซม
26:29 มันก็ลดลงทีละหน่อยทีละหน่อยทีละ
26:32 หน่อยแต่ตอนมันมามันมาทีละ 4 ซม 5 เซมวัน
26:37 นึงตอนมันลดโอ้มันลดลงทีละ
26:41 นิดเราถึงป้องกันได้เบอกว่ามันจะมาถึง
26:47 หน้าวัดนี่ 50 ซมแต่มันมาจริงๆ 42 เซมเรา
26:52 ขีดไว้
26:54 อยู่แต่ก่อนคนว่าทำ
26:59 ถนนขึ้นวัดในวัดสูงแล้วพอน้ำท่วมมาแล้วมี
27:04 ใครถามอีกเขาคิดล่วงหน้าไว้ทั้งนั้นเพราะ
27:09 มันจะต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น
27:13 มาอย่างศาลาหลังคิลานุปัฏฐากนี่ก็เหมือน
27:18 กันเมื่อก่อนคนก็ว่าเราทำเสาใยเราทำคาน
27:24 ใหญ่เราก็บอกว่าเผื่อแผ่นดินไหว
27:29 ถ้าแผ่นดินทรุดตัวล
27:32 บัเราก็เผื่อไว้ได้เราไปดูตรง
27:38 ที่แมปทาง
27:41 [เพลง]
27:43 ขึ้นที่ระหว่าง
27:47 เหล็กถนนกับเหล็ก
27:51 อาคารแล้วตรงกลางมันมี
27:53 ยางใเป็นยอยไว้ให้มันขาดจากกันคือยยางยาง
28:00 หนา 15 ซมไอ้ยางกว้าง 15 ซมหนาเซม
28:06 นึงมันไม่มีรอยแยกเลยระหว่างยางกับยอยตัว
28:14 นั้นเรากวาดดูแล้วน้ำลงไม่ได้ไม่มีรอยแยก
28:19 เข้าเดิมเข้าตอนที่เราทำไว้ครั้ง
28:23 แรกดังนั้นการทำงานเคิดล่วงหน้าทั้งหมด
28:30 ว่าเวลามันเกิดแผ่นดินไหวเกิดแผ่นดินทรุด
28:36 ตัวเสา
28:39 คานเตรียมไว้สำหรับที่จะทำที่จะรับเสารับ
28:46 โครงสร้างเตรียมไว้สำหรับที่จะ
28:50 รับเวลามันเกิดภัย
28:55 พิบัติฉะนั้นการทำงานการทำทุก
28:59 อย่างมันมีการคิดล่วงหน้าไว้ทั้ง
29:05 หมดตอบคำถามไว้ได้ทำไมทำเสาใหญ่เเวลาแผ่น
29:10 ดินไหวล่ะทำไมทำตีนเป็ดใหญ่เอ้าเวลาแผ่น
29:14 ดินไหว
29:16 ล่ะเราได้ได้ช้างตัวบลมแต่เราเสียดาย
29:22 เกลือมันก็เน่าช้างเพราะไม่มีเกลืองั้น
29:29 เราก็ต้องใส่ให้สมเนื้อสมน้ำกันเราทำงาน
29:32 วิธีการทำงานวิธีการ
29:36 คิดขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมทำบุญเนื่อง
29:40 ในวันสงกรานต์ในวันที่ 13 และ 14 เมษายน
29:47 2568 พิธีเททองหล่อรูป
29:50 เหมือนหลวงปู่เสากันตสีโล 1 องค์รูป
29:55 เหมือนหลวงปู่มั่นภูริทัศน์โต 1 องค์
29:59 รูปเหมือนหลวงปู่สาครธัมมาวุโธ 3
30:02 องค์ในวันที่ 19 เมษายน
30:07 268
30:09 หรือร่วมบริจาคปัจจัยสนับสนุนโครงการต่าง
30:12 ๆของหลวงปู่สาครธัมมาวุโธได้ที่ธนาคาร
30:17 กรุงไทยชื่อบัญชีวัดเวลวสาขา
30:21 ทองผาภูมิเลขที่
30:23 บัญชี
30:25 718 0317 07 1
30:31 [เพลง]